บทความ: หากโดนโกงเงินจากร้านค้าออนไลน์ เจอแล้วต้องทำยังไง?

หากโดนโกงเงินจากร้านค้าออนไลน์ เจอแล้วต้องทำยังไง?

ในยุคนี้การซื้อของออนไลน์เป็นเรื่องสะดวกสะบายและง่ายมาก เพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนก็สามารถเลือกซื้อสิ่งของต่างๆอย่างง่ายดาย โดยปัจจุบันคนไทยนิยมช็อปปิ้งออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟนเป็นอันดับต้นๆของโลก แต่การซื้อง่ายขายคล่องแบบนี้ย่อมเป็นช่องทางหาเงินในให้ผู้คนมากมายรวมไปถึงกลุ่มมิจฉาชีพไปด้วย ในกรณีที่คิดว่าโดนร้านค้าออนไลน์โกงเงินแน่ๆ อย่างเช่น โอนเงินไม่แล้วไม่มีการตอบกลับจาก แชท หรือ ไลน์แบบนี้ควรทำอย่างไร ?

แนะนำขั้นตอนการติดตามเงินคืน ดังนี้

 

1.แคปหลักฐานการซื้อขายทั้งหมด และปรินต์ออกมาเป็นหลักฐาน

-แคปหน้าเว็บไซต์ หรือหน้าโปรไฟล์ของร้านค้า

-ชื่อ-ที่อยู่ / เบอร์ทรศัพท์ / เลขบัญชีของร้านค้า

-ข้อความแชททั้งหมด ตั้งแต่เริ่มทักไปถามจึงถึงยืนยันการโอนเงินเลยนะ

-หลักฐานการโอน (สลิปการโอน/ใบนำฝาก)

-สมุดบัญชีธนาคารที่โอน

-สำเนาบัตรประชาชนของคนที่โอน

 

2.แจ้งตำรวจ

นำหลักฐานที่มี แจ้งกับตำรวจสถานีในพื้นที่ที่ได้ทำการโอนเงินโดยย้ำกับทางตำรวจว่า “ต้องการดำเนินคดีจนถึงที่สุด” (ไม่ใช่แค่ลงบันทึกประจำวัน) จากนั้นเราจะได้เอกสารเป็น “ใบแจ้งความ” เพื่อนำไปติดต่อกับธนาคาร

 

3.ติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีเรา

นำใบแจ้งความที่ได้จากตำรวจไปติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีที่โอน ทางธนาคารจะดำเนินการอายัติจำนวนเงินที่โอนไว้ในบัญชีร้านและตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวทั้งของเจ้าของบัญชีและส่งให้ตำรวจ รวมถึงหลักฐานการโอน และการเคลื่อนไหวทางบัญชีเพื่อส่งให้ตำรวจออกหมายเรียกตัวเจ้าของบัญชีมาสอบปากคำ

 

4.รอการติดต่อกลับจากตำรวจ

หลังจากตำรวจออกหมายเรียกตัวสอบปากคำทางธนาคารจะตรวจสอบเพื่อเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของบัญชีที่เราโอนเงินไป โดยขั้นตอนนี้จะต้องใช้ระยะเวลายาวนานพอสมควร อาจะมีทั้งคนที่ได้เงินคืนและไม่ได้คืน เพราะส่วนมากเมื่อคนร้ายได้เงิน มักจะถอนเงินออกทันที และความผิดฐานฉ้อโกงรูปแบบนี้ สามารถยอมความได้ เมื่อติดตามมิจฉาชีพเจอแล้ว คนร้ายสามารถเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายได้ แต่หากคนร้ายไม่ยอมคืนเงิน อาจต้องรอจนกว่าจะมีการพิจารณาคดีและขึ้นศาล จึงจะมีโอกาสรับเงินคืน

นอกจากนี้ อยากจะแชร์ ข้อควรระวังเบื้องต้น ก่อนโอนเงินให้ร้านค้าทุกครั้ง ควรเช็คอะไรบ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้โดนโกงอีก

  1. เช็คที่มาของร้านค้า อ่านรีวิวให้ดีว่าจริงหรือปลอม
  2. เช็คชื่อผู้ขาย/เลขบัญชีร้าน ผ่านเว็บ Blacklistseller.com หรือ Google
  3. เช็คว่าร้านจดทะเบียนพาณิชย์ไว้หรือเปล่า
  4. ขอดูบัตรประชาชนทุกครั้ง ชื่อบัตรประชาชนและชื่อบัญชีที่โอนต้องตรงกัน
  5. หากสินค้าราคาแพง ความเสี่ยงสูง แนะนำให้นัดรับและจ่ายเงินตอนเห็นของจะดีกว่า
  6. ควรซื้อจากร้านค้าผ่านเว็บไซต์ที่มีการรับประกันความปลอดภัยอยู่แล้วอุ่นใจกว่า