หลอกลวงให้หลงรัก Romance Scams

ปัจจุบันสังคมเริ่มกลายเป็นสังคมเดี่ยวมากกว่าสังคมการมีครอบครัวหรือสังคมครอบครัวใหญ่แบบสังคมไทยในอดีต ด้วยเพราะปัจจัยแวดล้อมต่างๆ เช่น การศึกษาที่สูงขึ้น การมุ่งมั่นทำงานเพื่อการอยู่รอดของตนเอง ฯลฯ ส่งผลให้ประชากรมีความเป็นโสดสูงขึ้น การแต่งงานลดน้อยลง และอัตราการเติบโตของเด็กจึงลดลงตาม ทำให้มีการรณรงค์ส่งเสริมและสนับสนุนให้คนแต่งงานและการมีบุตร แม้กระทั่งภาครัฐของไทย ได้จัดให้มีโครงการส่งเสริมให้คนไทยมีบุตรมากขึ้น ผ่านมาตรการตั้งแต่ก่อนเกิดและหลังคลอด โดยใช้มาตรการทางภาษีช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลบุตร เป็นต้น ดังนั้นธุรกิจหนึ่งที่เกิดขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือธุรกิจบริการจัดหาคู่ เพราะชีวิตที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการทำงานจนอาจทำให้คนมีความคาดหวังคู่รักที่มากขึ้น หรือการไม่มีเวลาในการเรียนรู้คนภายนอก เพื่อเป็นการให้บริการจัดหาคู่ให้ตรงตามข้อกำหนดของทั้งสองฝ่าย รูปแบบการให้บริการจัดหาคู่ มีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การติดต่อตรงผู้ให้บริการ การสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งการมี application เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อรับบริการตามความต้องการของผู้รับบริการ เป็นต้น จึงกล่าวได้ว่ารูปแบบการพัฒนาความสัมพันธ์ของคู่รักมีการเปลี่ยนแปลงตามบริบทของสังคม เช่น เมื่อก่อนอาจจะเป็นการเขียนจดหมายถึงกัน การโทรศัพท์หากัน การส่งอีเมล์ การคุยผ่านห้องแชทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเอ็มเอสเอ็น (MSN), ICQ (ไอซีคิว), Hi5 (ไฮไฟล์ท), Facebook (เฟสบุ๊ค) ฯลฯ ตามวิวัฒนาการของเทคโนโลยีการสื่อสาร ด้วยการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงไปจากการพบเจอพบปะต่อกัน การผ่านการรู้จักกันด้วยตัวบุคคล กลายเป็นการเปิดโอกาสได้เรียนรู้หรือรู้จักคนในวงกว้างทั้งภายในและภายนอกประเทศผ่านการคุยผ่านระบบเทคโนโลยี จึงทำให้เกิดกลลวงต่างๆ ที่แอบแฝงมาในรูปแบบการพูดคุยให้เชื่อใจและการลอกลวงไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน หรือรูปทรัพย์ต่างๆ ดังข่าวที่เรามักจะได้พบเจอ เช่น ข่าวหญิงสาวถูกหลอกแต่งงานต้องเป็นหนี้ 3.5 ล้าน หรือข่าวสาวแอบอ้างเป็นพยาบาลวิชาชีพหลอกคบตำรวจ เป็นการสร้างประวัติ ภาพลักษณ์ปลอมเพื่อให้คนหลงเชื่อเหล่านี้เป็นต้น

ความเสี่ยงอันเกิดจากการใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะเกี่ยวกับการหาคู่ ค่อนข้างจะพบเจอปัญหาผลกระทบต่อตัวบุคคลเป็นอย่างมาก ทั้งภัยเงียบจากการถูกนักแฮ็กเกอร์สามารถเข้าเก็บข้อมูลส่วนตัวทั้งในเชิงภาพ ข้อมูลบัตรเครดิต การเข้ายึดโปรไฟล์ของผู้ใช้ ฯลฯ เรายังพบช่องทางหรือการเปิดโอกาสให้ผู้ไม่ประสงค์ดีในการนำช่องทางเทคโนโลยีเข้ามาหลอกหลวงเราได้อีกด้วย ภัยมืดที่ใกล้ตัวนี้จึงจำเป็นที่ผู้บริโภคจะต้องมีสติไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ไม่หลงเชื่อบุคคลภายนอกโดยจะต้องมีการตรวจสอบเช็คข้อมูลต่างๆ ให้รอบด้าน เพื่อป้องกันการถูกหลอกทรัพย์สินต่างๆ รวมถึงจะต้องติดตามข้อมูลข่าวสารภัยต่างๆ เพื่อเป็นบทเรียนให้เรารู้วิธีการ กลที่มักจะใช้หลอก เช่น การแอบสร้าง Profile ให้เป็นคนหน้าตาดี มีฐานะ การเป็นคนพูดจาหว่านล้อม สร้างสัมพันธ์ต่างๆ จนเหยื่อหลงเชื่อและมั่นใจฝ่ายตรงข้าม จนกลายเป็นการหลอกยืมเงินหรือการลอกแต่งงาน เพื่อหวังทรัพย์สิน โดยกระบวนการดังกล่าวมีการทำเป็นขบวนการและพฤติกรรมเลียนแบบ เรียกว่า “Romance Scam” ซึ่งเราจะพบว่ามีผู้เสียหายและสูญเสียทรัพย์รวมหลายร้อยล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แก๊งค์มิจฉาชีพจากต่างประเทศ จึงกล่าวได้ว่าปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาการหลอกลวง เกิดจาก ๒ ปัจจัยด้วยกันคือ ปัจจัยที่เกิดจากคนและจากระบบ ดังนั้นการสร้างเกราะป้องกันตนเองรู้ภัยสังคมจากการใช้สื่อออนไลน์จึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างมากต่อกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย ในขณะที่การหลอกลวงส่วนใหญ่มักจะมาในรูปของการโอนเงิน ประชนชนจึงควรป้องกันและหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมผ่านเครือข่ายสาธารณะ ใช้โครงข่ายที่น่าเชื่อถือมีความปลอดภัย ในส่วนของหน่วยงานต่างๆ ทั้ง DSI ตำรวจ ธนาคาร ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมล้วนแล้วแต่หามาตรการป้องกันให้แก่ผู้ใช้งานระบบ รวมถึงให้ความรู้ความเข้าใจเพื่อให้ผู้รับบริการมีความรู้เกิดความระมัดระวัง และการร่วมกันกำกับดูแลเพื่อให้ลดช่องว่างและช่องทางในการกระทำผิด มีเครือข่ายเพื่อช่วยในการคุ้มครองผู้บริโภคจากการใช้โทรคมนาคม และอินเตอร์เน็ต ร่วมกันเฝ้าระวังและช่วยกันหาจุดร่วมในการสร้างมาตรการป้องกัน การดูแลที่เหมาะสม