การหลอมรวมของเทคโนโลยีต้องปราศจากการครอบงำ

การหลอมรวมของเทคโนโลยีต้องปราศจากการครอบงำ

ในแต่ละวันมีเรื่องราว/เหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ประกอบกับช่องทางการสื่อสารที่สามารถเข้าถึงและแพร่หลายได้อย่างรวดเร็วผ่านสื่อออนไลน์หรือ Social Media ต่างๆ เพราะ Social Media เป็นการรวบรวมกลุ่มคนที่มีความสนใจเหมือนกันมาอยู่ในกลุ่มเดียวกัน หลายคนจึงกลายเป็น Gatekeeper ทำหน้าที่ในการรายงานข่าวเรื่องราวจะถูกนำเสนอเป็นข่าวได้ทั้งหมด ซึ่งนักสื่อสารที่ดีควรจะนำเสนอข้อเท็จจริงที่มีการตรวจสอบข้อมูลก่อนเสมอ

จริยธรรมสื่อกลายเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันในวงกว้าง อะไรคือความเหมาะสม ความไม่เหมาะสม และหน่วยงานใดควรเป็นผู้ตรวจสอบการรายงานข่าว หรือการนำเสนอข้อมูลข่าวสารไม่ว่าในด้านใดๆ ก็ตาม หลายครั้งการนำเสนอข่าวเกิดจากความอคติหรือการใส่ชุดความเชื่อของตนเอง ทำให้การนำเสนอข่าวไม่เกิดความเป็นกลางและเป็นธรรม รวมไปถึงการแข่งขันเพื่อช่วงชิงความสนใจและการติดตามของผู้บริโภคหรือผู้รับสาร อันเกิดจากการแข่งขันด้านธุรกิจและด้านเวลาประกอบกับเทคโนโลยีที่เป็นเครื่องมือหรือช่องทางในการสื่อสารที่ทำให้สื่อมวลชน หรือบุคคลทั่วไปสามารถรายงานข่าว แชร์ข่าวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นทาง Facebook , IG , Twitter เป็นต้น หลายต่อหลายครั้งเรามักจะพบว่าข่าวต่างๆ เป็นข่าวลวงหรือข่าวปลอม ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานตั้งแต่สมัยโบราณ เพียงแต่รูปแบบและวิธีการแพร่กระจายข่าวลวงหรือข่าวปลอมแตกต่างกันออกไป จากในอดีตที่เป็นลักษณะปากต่อปาก การแจกใบปลิว กลายเป็นการแชร์ในโลกสังคมอินเทอร์เน็ต การ Forward ส่งต่อหากันใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที ก็สามาถรเข้าสู่คนจำนวนมาก

ในขณะเดียวกันปัจจัยแห่งการอยู่รอดทางธุรกิจ อาจทำให้บทบาทสื่อถูกขับเคลื่อนด้วยทิศทางของธุรกิจ การต้องการให้มี Sponsor เข้ามาในพื้นที่สื่อของตนหรือการสร้าง Rating ให้กับสื่อของตน จึงมีการวางกลยุทธ์ รูปแบบต่างๆ ในการนำเสนอข่าว ภาพ ข้อมูลให้น่าสนใจ เมื่อข่าวบนสื่อสังคมออนไลน์ได้รับการยอมรับมากขึ้นรวมถึงพฤติกรรมของมนุษย์ที่มีแนวโน้มที่จะเชื่อสิ่งที่เราเชื่ออยู่เดิมหรือสอดคล้องกับความคิดความเชื่อ ทำให้เกิดข่าวที่อาจจะไม่ใช่ข่าวที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง แต่กลับเป็นข่าวที่สร้างให้ถูกใจผู้อ่าน ผู้ชม ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ข่าวลวงหรือข่าวปลอม ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สื่อใหม่ๆ ต่างก็นำกลยุทธ์ในการสร้าง Rating  มาใช้ไม่ว่าจะเป็นสื่อกระแสหลักอย่างเช่น โทรทัศน์ วิทยุ และสื่อสิ่งพิมพ์ ต่างก็ต้องปรับตัว ยิ่งไปกว่านั้นการสื่อสารหรือการนำเสนอข่าว/ข้อมูลหลายครั้งเป็นการโน้มน้าวนำเสนอข่าวเพื่อการสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นฝ่ายนายทุน หรือผู้มีผลประโยชน์ร่วม จึงมักเกิดขึ้นอย่างที่ผู้บริโภคไม่รู้ตัว ทำให้เกิดกลุ่มความเชื่อที่เหมือนๆ กัน จะเลือกเสพข่าวที่มีความโน้มเอียงไปตามทัศนคติร่วมของตน ดังนั้นการเป็นนักสี่อสารมวลชนที่ดี รวมถึงองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านข่าวที่กระทบต่อเสถียรภาพ สังคม และคนหมู่มาก จะต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้ชม ปฎิบัติตามหลักมาตรฐานวิชาชีพ มีการกำกับควบคุมกันเองอย่างมีเสถียรภาพ มีบทลงโทษที่ชัดเจน โดยการนำเสนอข่าวจะต้องคำนึงถึงหลักพื้นฐานของสิทธิขั้นพื้นฐานของคน ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน และสิทธิความเป็นส่วนตัว และต้องไม่สร้างขึ้นมาเพื่อเจตนาบิดเบือนข้อเท็จจริงเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อให้เกิดข่าวลวงที่มุ่งหรือตั้งใจให้ร้ายโจมตีผู้อื่น มีเจตนาที่จะชักนำความคิดของสังคม และปิดบังความจริง การสร้างให้เกิดความเกลียดชัง แม้จะมีข้อเท็จริงอยู่บ้าง แต่การสร้างกระแส หรือศัพท์ที่เรามักได้ยินกันบ่อยคือ การใส่ไข่ เพื่อชูเรื่องให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ถูกใจคนที่รับชมมากยิ่งขึ้น มีเจตนาในการสร้างให้เกิดการดูถูกเหยียดหยาม สร้างความเกลียดชังให้ผู้ที่ตกเป็นข่าว ซึ่งผลกระทบอย่างยิ่งคือการสร้างความขัดแย้งให้เกิดกับสังคม โดยมุ่งเอาผลประโยชน์ส่วนตน หรือพวกพ้องเป็นหลัก

ดังนั้นสื่อจึงจำเป็นที่จะต้องกลับมาทบทวนการทำงานของสื่อมวลชนในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว สื่อจะต้องปรับบทบาทจากการมุ่งหารายได้เป็นการสร้างสมดุลระหว่างการหารายได้กับเสรีภาพของสื่อ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นความท้าทายของสื่อมวลชนในยุคทุนนิยมเป็นอย่างมาก ดังนั้นกรอบหรือมาตรการ      การดำเนินวิชาชีพดังกล่าวนี้ จะต้องมีอย่างชัดเจนเพื่อลดแรงกดดันด้านเศรษฐกิจ เพื่อให้สื่อสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีเสรีภาพ ลดการพึ่งพาหรือลดการผูกขาดจากภาคธุรกิจนำเสนอข่าวที่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและนำเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคเห็นข้อมูลทั้งสองด้านอย่างเป็นกลาง สิ่งเหล่านี้กลายเป็นปัจจัยหนึ่งในการช่วยประเทศในการขับเคลื่อน ทั้งภาคเศรษฐกิจและสังคม